
ในสมัยโบราณกาล ณ เมืองโกสัมพี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า “โมฆราช” ซึ่งเป็นพราหมณ์ที่ร่ำรวยที่สุดในเมือง แต่เขากลับเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เคยแบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ผู้ใดเลยแม้แต่น้อย
โมฆราชมีอาชีพค้าขาย เขามีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่เขาก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการหาเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เคยคิดถึงการทำบุญทำทาน หรือการช่วยเหลือผู้อื่นเลย
วันหนึ่ง ขณะที่โมฆราชกำลังนับเงินอยู่ในยุ้งฉางอันใหญ่โตของตน เขาก็พลันได้ยินเสียง “เสียงร่ำไห้” ดังมาจากภายนอก ด้วยความรำคาญ โมฆราชจึงเดินออกไปดู ก็พบกับ “ขอทาน” ชราคนหนึ่ง กำลังนั่งร้องไห้อยู่ริมรั้ว
“ท่านตา เหตุใดจึงร้องไห้” โมฆราชถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยินดียินร้าย
“ข้าพเจ้าหิวเหลือเกิน” ขอทานชรากล่าว “ข้าพเจ้าไม่มีอาหารจะกินมาหลายวันแล้ว”
โมฆราชได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกรำคาญยิ่งขึ้น “เจ้าจะมานั่งร้องไห้ที่หน้าบ้านข้าทำไม! ข้าไม่มีอะไรจะให้เจ้า!”
ว่าแล้ว โมฆราชก็เดินกลับเข้าไปในบ้านของตน ปล่อยให้ขอทานชรานั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น วันต่อมา โมฆราชก็พบว่าทรัพย์สินเงินทองของตนเองได้หายไปทั้งหมด! ยุ้งฉางที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของ บัดนี้กลับว่างเปล่า! เขาได้แต่ยืนตะลึงด้วยความตกใจ
โมฆราชพยายามค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบทรัพย์สินของตนเอง เขาจึงได้แต่นั่งเสียใจและเสียดาย
ในขณะเดียวกัน ณ อาศรมแห่งหนึ่งในป่า ก็มี “สมณะ” ผู้มีจิตใจดีนามว่า “กุฏปาล” อาศัยอยู่ สมณะกุฏปาลเป็นผู้ที่บำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด และมีเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง
วันหนึ่ง ขณะที่สมณะกุฏปาลกำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็พลันนิมิตเห็น “เทพบุตร” ตนหนึ่ง
เทพบุตรได้กล่าวกับสมณะกุฏปาลว่า “ท่านกุฏปาล ข้าพเจ้าคือเทพบุตรผู้ดูแลรักษาทรัพย์สมบัติของโลก หากผู้ใดประพฤติตนเป็นคนตระหนี่ ไม่แบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ผู้ใด ข้าพเจ้าจะย้ายทรัพย์สมบัตินั้นไปยังที่อื่น”
สมณะกุฏปาลได้ฟังดังนั้น ก็เข้าใจทันทีว่า ทำไมทรัพย์สมบัติของโมฆราชถึงได้หายไป
หลังจากนั้นไม่นาน โมฆราชก็ได้เดินทางมายังอาศรมของสมณะกุฏปาล เขามาด้วยความทุกข์ใจ และต้องการคำแนะนำ
“ท่านสมณะ” โมฆราชกล่าว “ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้าได้หายไปทั้งหมด ข้าพเจ้าควรจะทำอย่างไรดี”
สมณะกุฏปาลจึงได้เล่าเรื่องนิมิตของตนให้โมฆราชฟัง “ท่านโมฆราช หากท่านยังคงเป็นคนตระหนี่เช่นนี้ ทรัพย์สมบัติของท่านก็จะหายไปเช่นนี้แล”
โมฆราชได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกเสียใจและละอายใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงได้กล่าวกับสมณะกุฏปาลว่า “ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะเลิกเป็นคนตระหนี่ จะหันมาทำบุญทำทาน และจะแบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ผู้ที่เดือดร้อน”
สมณะกุฏปาลได้ยินดังนั้น ก็ยิ้ม “การกลับตัวกลับใจเช่นนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีงาม”
นับแต่นั้นมา โมฆราชก็ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง เขาได้นำทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไปบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ สร้างโรงทาน และช่วยเหลือผู้คนมากมาย
เมื่อโมฆราชได้แบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่น เขาก็รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นความสุขที่เกิดจากจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ต่อมา ไม่นานนัก ทรัพย์สมบัติของโมฆราชก็ได้กลับคืนมาอีกครั้ง! คราวนี้มีจำนวนมากกว่าเดิมเสียอีก!
โมฆราชดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงได้นำทรัพย์สมบัติที่ได้กลับคืนมาไปทำบุญกุศลต่อไป
กุฏปาลโมฆราชชาดก สอนให้เราเห็นว่า การให้ย่อมมีผลตอบแทน การเป็นคนตระหนี่ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสีย แต่การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
— In-Article Ad —
การให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ การเป็นคนตระหนี่จะนำมาซึ่งความสูญเปล่า
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, สัจจบารมี, เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
274ติกนิบาตสุภ citadoชาดก (Suphacita Jātaka)ณ เมืองกุรุรัฐอันรุ่งเรือง มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า สุภ citado เขามีชื...
💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีตอบแทนกลับมาเสมอ ความใจดีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคุณธรรมที่ควรส่งเสริม แม้จะถูกหลอกลวง ก็ไม่ควรละทิ้งความดี
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
133เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระเวสสันดร เทศกาลพิธีเฉลิมฉลองการพระราชทา...
💡 การเสียสละเพื่อผู้อื่น แม้จะเจ็บปวดเพียงใด ก็ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และเป็นหนทางแห่งการบรรลุธรรม.
510ปกิณณกนิบาตณ แคว้นมัททุรา อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่ง ...
💡 การให้ทานอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงการให้วัตถุสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการให้ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา การให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้ที่สามารถขจัดความทุกข์ยากของผู้รับได้อย่างยั่งยืน และการให้ที่เกิดจากความเสียสละส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม.
361ปัญจกนิบาตกุสุกชาดก ในสมัยโบราณ กาลครั้งหนึ่ง ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ...
💡 การใช้ปัญญาและเมตตาธรรมนำทางชีวิต จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ หรืออุปสรรค
342จตุกกนิบาตอำนาจแห่งความกล้าหาญณ แคว้นอันสงบสุขนามว่า วิเทหะ ปกครองโดยพระราชาผู้ทรงธรรม แต่แล้ว ความหวาดกลัวก็เ...
💡 ความกล้าหาญที่แท้จริง คือการใช้สติปัญญาและความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แค่กำลัง
— Multiplex Ad —